ผลการประเมินหมวดการตอบแทน พบว่า คะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 0.83 คะแนน ในปี พ.ศ. 2567 เป็น 1.00 ในปี พ.ศ. 2568 (เพิ่มขึ้น 0.17 คะแนน) โดยมีธนาคาร 5 แห่ง ได้คะแนนในหมวดนี้ (ธนาคารกรุงศรีอยุธยาได้คะแนนในหมวดนี้เป็นปีแรก) ทั้งนี้ FFGI 2025 ปรับปรุงวิธีการให้คะแนนในหมวดการตอบแทนโดยตัดขอบเขตการประเมินออก (ขอบเขตระดับองค์กร คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหารระดับสูง) เหลือเพียงขอบเขตการประเมินนโยบายระดับองค์กรเท่านั้น (พิจารณานโยบายค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการบริษัท เนื่องจากเป็นผู้มีอำนาจกำหนดนโยบายองค์กรโดยตรง) การปรับปรุงวิธีการให้คะแนนดังกล่าวส่งผลต่อคะแนนของธนาคารทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารทหารไทยธนชาต และธนาคารกสิกรไทย มีนโยบายสงวนสิทธิที่จะเรียกเงินโบนัสคืน หากปรากฏภายหลังจากที่ได้เงินไปแล้วว่าได้รับโบนัสโดยมิชอบ (กลไก clawback) โดยประกาศว่า ธนาคารปฏิบัติตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ที่ระบุว่า ในกรณีที่กรรมการ/ผู้บริหารกระทำการหรือละเว้นกระทำการอันเป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 89/7 บริษัทสามารถเรียกคืนประโยชน์จากกรรมการและผู้บริหารตามมาตรา 89/18 และ 89/19 (ข้อ 1) ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยได้คะแนนข้อนี้เป็นปีแรก ขณะที่ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทยธนชาต ได้คะแนนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากการปรับปรุงขอบเขตการประเมินในหมวดนี้ (ได้คะแนนเพิ่มขึ้นจากคะแนนพื้นฐานเป็นคะแนนเต็ม)
สำหรับเกณฑ์การประเมินข้อ 8 และข้อ 9 ซึ่งระบุให้ธนาคารมีนโยบายกำหนดให้เงินโบนัสตั้งอยู่บนการปรับปรุงผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมของการจัดการและปฏิบัติการของธนาคารและการลงทุนและการให้บริการทางการเงินของธนาคาร รวมถึงเปิดเผยเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรค่าตอบแทนดังกล่าว พบว่า ธนาคาร 4 แห่ง ได้คะแนนในข้อนี้ แต่ระดับคะแนนมีความแตกต่างกัน
ธนาคารทหารไทยธนชาตและธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นธนาคารที่ประกาศนโยบายเช่นเดียวกับปีก่อน อย่างไรก็ตามผลของการปรับปรุงขอบเขตการประเมินในหมวดนี้ รวมถึงการปรับปรุงการให้คะแนนที่มีความเข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้ระดับคะแนนของธนาคารทั้งสองแห่งมีการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกัน โดยธนาคารทหารไทยธนชาตเปิดเผยเป้าหมายตัวชี้วัดผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนที่เชื่อมโยงกับการจัดสรรโบนัสอย่างชัดเจนส่งผลให้ธนาคารทหารไทยธนชาตได้คะแนนเพิ่มขึ้นจากคะแนนพื้นฐานเป็นคะแนนเต็ม ขณะที่ธนาคารไทยพาณิชย์เปิดเผยตัวชี้วัดผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนที่เชื่อมโยงกับการจัดสรรโบนัสในระดับผู้บริหารระดับสูง แต่ไม่ได้เปิดเผยเป้าหมายของตัวชี้วัดดังกล่าว ส่งผลให้ธนาคารไทยพาณิชย์ได้คะแนนพื้นฐานในปีนี้
ธนาคารกรุงไทย และธนาคารกรุงศรีอยุธยากำหนดตัวชี้วัดผลการดำเนินงานด้าน ESG เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่ใช้พิจารณาจัดสรรโบนัสกับผู้บริหารและพนักงานทุกระดับ แต่ยังไม่ได้ระบุเป้าหมายของตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง จึงได้เฉพาะคะแนนพื้นฐาน (ธนาคารกรุงไทยได้คะแนนเท่ากับปีก่อน ขณะที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาได้คะแนนเป็นปีแรก)