ผลการประเมินหมวดสุขภาพ
ผลการประเมินหมวดสุขภาพ พบว่า คะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 0.72 คะแนน ในปี พ.ศ. 2567 เป็น 0.96 คะแนน ในปี พ.ศ. 2568 (เพิ่มขึ้น 0.24 คะแนน) ซึ่งเป็นผลมาจากการได้คะแนนเพิ่มขึ้นของธนาคาร 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารเกียรตินาคินภัทร

ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้คะแนนเพิ่มขึ้นจากการรับหลักการ Equator Principles ซึ่งต้องปฏิบัติตาม IFC Performance Standards และ IFC Environmental, Health, and Safety Guidelines การรับหลักการดังกล่าวส่งผลให้ธนาคารไทยพาณิชย์ได้รับคะแนนเพิ่มขึ้นจากข้อ 8 ซึ่งกำหนดให้บริษัท (ลูกค้า) ลดการปล่อยสารอันตรายออกสู่ผิวดิน น้ำ และอากาศ ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุดที่มีอยู่ (Best Available Techniques: BAT) นอกจากนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ได้เพิ่มรายการสินเชื่อที่ธนาคารไม่ประสงค์ให้กู้หรือให้การสนับสนุนทางการเงินในกิจกรรมการผลิตหรือการค้ายาสูบ ทำให้ได้คะแนนในข้อ 14

ธนาคารกรุงไทย ได้คะแนนเพิ่มขึ้นในข้อ 2 จากการมีนโยบายพิจารณาและประเมินสินเชื่อโดยผนวกเอาผลกระทบต่อพนักงานของลูกค้า รวมถึงการดำเนินการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของพนักงานมาพิจารณาร่วมด้วย (ธนาคารเคยได้คะแนนในปี 2566 แต่ไม่พบเนื้อหานโยบายในปี 2567)

ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ได้คะแนนเพิ่มขึ้นจากการมีรายการสินเชื่อที่ธนาคารไม่ประสงค์ให้กู้หรือให้การสนับสนุนทางการเงินเกี่ยวข้องกับสารเคมีที่ก่อให้เกิดมลพิษ ตามอนุสัญญาสตอกโฮล์มว่าด้วยสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน (Stockholm Convention on Persistent Organic Pollutants: POPs) (ข้อ 5) และการนำเข้าและส่งออกสารเคมีที่เป็นอันตรายอย่างร้ายแรง ตามอนุสัญญารอตเตอร์ดัมว่าด้วยกระบวนการแจ้งข้อมูลสารเคมีก่อนนำเข้า (Rotterdam Convention on the Prior Informed Consent Procedure for Certain Hazardous Chemicals and Pesticides in International Trade) (ข้อ 7)

ธนาคารกสิกรไทย ได้คะแนนเพิ่มขึ้นจากการมีรายการสินเชื่อที่ธนาคารไม่ประสงค์ให้กู้หรือให้การสนับสนุนทางการเงินในเครดิตที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการใช้สารพิษและสารอันตรายที่ทำลายชั้นโอโซน (Substances that Deplete the Ozone Layer) ตามที่ระบุใน Montreal Protocol (ข้อ 4)

ธนาคารทหารไทยธนชาต เป็นธนาคารเพียงแห่งเดียวที่บูรณาการหลักความรอบคอบ (precautionary principle) ไว้ในการพิจารณาสินเชื่อลูกค้าของธนาคาร (ข้อ 1 และ 9)

 


หมวดสุขภาพประเมินตามเกณฑ์ประกอบด้วย 16 ข้อดังต่อไปนี้

หัวข้อต่อไปนี้สำคัญสำหรับนโยบายเกี่ยวกับบริษัทที่สถาบันการเงินลงทุนหรือให้การสนับสนุนทางการเงิน

1. บริษัทป้องกันไม่ให้สุขภาพของลูกจ้าง ลูกค้า และชุมชนใกล้เคียงถูกลิดรอนโดยผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการผลิตของบริษัท (ตามหลักความรอบคอบ - precautionary principle)

2. บริษัทมีนโยบายความปลอดภัยและอาชีวอนามัยที่ครอบคลุม

3. บริษัทจัดหาเครื่องแบบ และ/หรืออุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ที่เหมาะสมและคำนึงถึงเพศสภาพให้กับพนักงานทุกคน

4. บริษัทเคารพในข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการผลิตและใช้สารพิษและสารอันตรายตามที่ระบุใน Montreal Protocol (สารที่ทำให้ชั้นโอโซนเป็นรู)

5. บริษัทเคารพในข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการผลิตและใช้สารพิษและสารอันตรายตามที่ระบุใน Stockholm Convention (ว่าด้วย Persistent Organic Pollutants - POPs)

6. บริษัทเคารพในข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการค้าสารเคมีและของเสียเคมี ตามข้อตกลง Basel Convention

7. บริษัทเคารพในข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการค้าสารเคมีและของเสียเคมี ตามข้อตกลง Rotterdam Convention

8. บริษัทลดการปล่อยสารอันตรายออกสู่ผิวดิน น้ำ และอากาศ ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุดที่มี (best available technologies - BAT)

9. บริษัทจำกัดการใช้สารเคมีที่มีข้อสงสัยในงานวิจัยวิทยาศาสตร์ว่าอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และถ้าใช้ก็ใช้อย่างระมัดระวังที่สุด (ตามหลักความรอบคอบ)

10. บริษัทยาสร้างความมั่นใจว่าผู้ป่วยที่มีโรคที่สามารถหลีกเลี่ยงได้และรักษาให้หายได้ จะได้เข้าถึงยา

11. บริษัทใช้ยาปฏิชีวนะอย่างระมัดระวังในมนุษย์และฟาร์มปศุสัตว์ เพื่อลดอาการดื้อยาปฏิชีวนะให้เหลือน้อยที่สุด

12. บริษัทผู้ผลิตนมผงทำตามหลักเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ว่าด้วยการโฆษณานมผง

13. บริษัทผู้ผลิตบุหรี่ทำตาม WHO Framework Convention on Tobacco Control และประกาศอื่น ๆ ของ WHO ว่าด้วยการพิทักษ์สุขภาพของคนและคนรุ่นหลังจากควันบุหรี่

14. บริษัทไม่ยอมรับการผลิตบุหรี่และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากยาสูบ

15. บริษัทบูรณาการเกณฑ์ด้านสุขภาพในนโยบายจัดซื้อจัดจ้างและการปฏิบัติการ

16. บริษัทรวมเงื่อนไขทำตามหลักเกณฑ์ด้านสุขภาพ เข้าไปในสัญญาที่ทำกับผู้รับเหมาและคู่ค้า