ผลการประเมินหมวดการคุ้มครองผู้บริโภค
ผลการประเมินหมวดการคุ้มครองผู้บริโภค พบว่า คะแนนเฉลี่ยลดลงจาก 6.84 คะแนน ในปี พ.ศ. 2567 เป็น 6.68 คะแนน ในปี พ.ศ. 2568 (ลดลง 0.16 คะแนน) เนื่องจากจำนวนข้อการประเมินในหมวดนี้เพิ่มขึ้น และมีการปรับปรุงเกณฑ์การประเมินหลายข้อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อคะแนนของธนาคารหลายแห่ง

 

ธนาคารทุกแห่งได้คะแนนในหมวดนี้ เนื่องจากการปฏิบัติตามเกณฑ์การให้บริการอย่างเป็นธรรม (market conduct) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำให้ธนาคารส่วนใหญ่มีนโยบายและมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคที่ใกล้เคียงกัน และได้รับคะแนนในประเด็นเดียวกันหลายข้อ อาทิ การประกาศเปิดเผยสิทธิของลูกค้ารายย่อยและความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ (ข้อ 1) การมีนโยบายจัดการข้อร้องเรียนของลูกค้าอย่างเป็นขั้นตอน ครอบคลุมช่องทาง ระยะเวลา และกระบวนการเยียวยา (ข้อ 3) การกำหนดนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ครอบคลุมการเก็บ ประมวลผล ใช้งาน และแบ่งปันข้อมูล (ข้อ 10) รวมถึงการรับประกันว่าไม่มีข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่จะกีดกันลูกค้ารายย่อยจากการเข้าถึงบริการทางการเงิน (ข้อ 18)

 

FFGI 2025 ได้เพิ่มเกณฑ์การประเมินความรับผิดชอบของธนาคารต่อประเด็นความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยธนาคารส่วนใหญ่ (ยกเว้นธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร) ได้คะแนนจากการจัดให้มีการฝึกอบรมและสร้างความตระหนักเกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับพนักงาน (ข้อ 11) และการมีนโยบายบริหารความเสี่ยงจากการฉ้อโกงไซเบอร์ที่ครอบคลุมการระบุ ป้องกัน ตรวจจับ และตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ (ข้อ 21)

 

ธนาคารทุกแห่งมีการให้ความรู้และสร้างความตระหนักแก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และแนวทางปฏิบัติที่ปลอดภัย (ข้อ 20) อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีธนาคารใดที่ประกาศนโยบายชดเชยให้กับผู้บริโภคที่ตกเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงทางไซเบอร์อย่างชัดเจน (ข้อ 22)

 

นอกจากนี้ FFGI 2025 ได้ปรับปรุงเกณฑ์การประเมินและวิธีการให้คะแนนหลายข้อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อคะแนนของธนาคารหลายแห่ง อาทิ
  • ข้อ 12 มีการปรับปรุงเกณฑ์การประเมิน ซึ่งกำหนดให้ธนาคารมีนโยบายที่จะหาแนวทางการชำระหนี้ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของลูกค้าและไม่ใช้วิธีรุนแรง จากข้อ 12 (เดิม) ซึ่งกำหนดให้ธนาคารตีพิมพ์เผยแพร่นโยบายหรือขั้นตอนการติดตามหนี้ และบริษัทที่ได้รับมอบหมายจากสถาบันการเงิน (บุคคลที่สาม) ให้เป็นตัวแทนในการทวงหนี้ การปรับปรุงเกณฑ์การประเมินดังกล่าวส่งผลให้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารออมสิน ซึ่งเคยได้คะแนนในปีก่อนจากการเปิดเผยรายชื่อบริษัทที่ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนในการทวงหนี้ ได้คะแนนลดลงจากคะแนนเต็มในปีก่อน เหลือคะแนนพื้นฐานในปีนี้ ขณะเดียวกัน ธนาคารทหารไทยธนชาต ซึ่งได้คะแนนพื้นฐานในปีก่อน เนื่องจากไม่ได้เปิดเผยรายชื่อบริษัทที่ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนในการทวงหนี้ ได้ประโยชน์จากการปรับปรุงเกณฑ์การประเมินดังกล่าวเป็นได้คะแนนเต็มในปีนี้ เนื่องจากธนาคารเปิดเผยว่าจะปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ซึ่งระบุถึงการห้ามใช้ความรุนแรงในการทวงหนี้ 
ข้อ 14 มีการปรับปรุงวิธีการให้คะแนนให้มีความถูกต้องมากยิ่งขึ้น โดยธนาคารจะได้คะแนนเต็มเมื่อธนาคารประกาศให้ลูกค้าทราบอย่างทันท่วงทีเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่ครอบคลุมทุกผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย และธนาคารเกียรตินาคินภัทร ซึ่งประกาศแจ้งการเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมเป็นเงื่อนไขที่ระบุเฉพาะเจาะจงเป็นรายผลิตภัณฑ์ ได้คะแนนลดลงจากคะแนนเต็ม เป็นคะแนนพื้นฐาน

 


หมวดคุ้มครองผู้บริโภคประเมินตามเกณฑ์ประกอบด้วย 21 ข้อดังต่อไปนี้

หัวข้อต่อไปนี้ใช้ประเมินนโยบายของสถาบันการเงินที่สัมพันธ์กับลูกค้ารายย่อย

1. สถาบันการเงินมีนโยบายเปิดเผยสิทธิของลูกค้ารายย่อย และความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์และบริการ

2. สถาบันการเงินมีนโยบายอบรมจรรยาบรรณของพนักงานและกำกับให้พนักงานให้บริการต่อลูกค้าโดยไม่เลือกปฏิบัติ

3. สถาบันการเงินสร้างหลักประกันว่าลูกค้ารายย่อยเข้าถึงกลไกรับเรื่องร้องเรียนและเยียวยาที่มีกระบวนการค้นหาความจริง (due diligence)

4. สถาบันการเงินเปิดเผยผลการติดตามสถิติการร้องเรียนของลูกค้ารายย่อย อาทิ จำนวนเรื่องร้องเรียน ประเด็นร้องเรียนหลัก องค์กรที่ลูกค้าติดต่อร้องเรียนทั้งทางตรงและทางอ้อม แบ่งตามช่องทางที่รับเรื่องร้องเรียน (เช่น ทางโทรศัพท์ เว็บไซต์ สาขา ฯลฯ)

5. สถาบันการเงินประกาศต่อสาธารณะว่าจะลดจำนวนเรื่องร้องเรียน กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน และเปิดให้ข้อมูลนี้เข้าถึงได้โดยผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

6. สถาบันการเงินมีกลไกจัดการข้อพิพาททางเลือก (Alternative Dispute Resolution (ADR) Mechanisms) - กระบวนการเยียวยาอิสระสำหรับการจัดการกับข้อร้องเรียนที่ไม่อาจคลี่คลายได้ด้วยกระบวนการภายในของสถาบันการเงิน หรือตัวแทนที่ได้รับมอบหมายจากสถาบันการเงิน

7. สถาบันการเงินมีนโยบายปรับโครงสร้างหนี้สำหรับผู้บริโภคที่ประสบปัญหาเป็นหนี้เกินตัว

8. สถาบันการเงินประกาศว่าจะสื่อสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของตนอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส ด้วยภาษาที่เข้าใจและเข้าถึงได้ง่าย และคำนึงถึงผู้พิการและกลุ่มเปราะบาง

9. สถาบันการเงินพัฒนาและลงมือใช้บัญชีความเสี่ยงสำหรับลูกค้า (risk profile) ในการเสนอขายผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุน

10. สถาบันการเงินมีนโยบายคุ้มครองข้อมูลที่ชัดเจนและครอบคลุม ซึ่งกำหนดประเภทของข้อมูลที่รวบรวม วัตถุประสงค์ในการรวบรวมข้อมูล การประมวลผล การจัดเก็บ การใช้งาน และแนวทางการแบ่งปันข้อมูล

11. สถาบันการเงินจัดให้มีการฝึกอบรมและสร้างความตระหนักเกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับพนักงานทุกคน เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานเข้าใจและสามารถปฏิบัติตามแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่ดีได้

12. สถาบันการเงินมีนโยบายที่จะหาแนวทางการชำระหนี้ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของลูกค้าและไม่ใช้วิธีรุนแรง

13. สถาบันการเงินมีนโยบายและขั้นตอนที่จะหลีกเลี่ยงการพ่วงขายผลิตภัณฑ์ หรือพฤติกรรมการขายที่ไม่เหมาะสม

14. สถาบันการเงินประกาศว่าจะแจ้งลูกค้าอย่างทันท่วงทีเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียม

15. สถาบันการเงินออกแบบโครงสร้างค่าตอบแทนสำหรับพนักงานและตัวแทน ในทางที่ส่งเสริมพฤติกรรมการทำธุรกิจอย่างรับผิดชอบ การปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเป็นธรรม และการหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน

16. สถาบันการเงินมีโครงการอบรมพนักงานและตัวแทนอย่างเหมาะสม ในประเด็นสิทธิผู้บริโภค นโยบายคุ้มครองผู้บริโภค และธรรมเนียมปฏิบัติด้านนี้

17. สถาบันการเงินมีโครงการอบรมพนักงานและตัวแทนอย่างเหมาะสม ในประเด็นผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ที่นำเสนอต่อผู้บริโภค

18. สถาบันการเงินรับประกันได้ว่าไม่มีข้อจำกัดใด ๆ ด้านเทคโนโลยีสื่อสารและสารสนเทศ (ICT) ที่จะกีดกันไม่ให้ลูกค้ารายย่อยเข้าถึงบริการทางการเงิน

19. สถาบันการเงินมีนโยบายที่จะเปิดให้ลูกค้ารายย่อยที่เป็นผู้พิการหรือมีความต้องการพิเศษสามารถเข้าถึงสาขาทางกายภาพและบริการอิเล็กทรอนิกส์ อย่างเช่นแพลตฟอร์มออนไลน์ได้

20. สถาบันการเงินจัดให้มีการให้ความรู้และสร้างความตระหนักแก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และแนวทางปฏิบัติที่ปลอดภัย

21. สถาบันการเงินมีนโยบายการจัดการความเสี่ยงจากการฉ้อโกงที่ครอบคลุม ซึ่งรวมถึงการระบุ การป้องกัน การตรวจจับ และการตอบสนองต่อการฉ้อโกง

22. สถาบันการเงินมีนโยบายชดเชยให้กับผู้บริโภคที่ตกเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงทางไซเบอร์ (การหลอกลวง การโจมตีแบบฟิชชิ่ง การโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ การขโมยข้อมูลประจำตัว การฉ้อโกงบัตรเครดิต ฯลฯ)